Bangkok International Motor Show 2020 – มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

0

Bangkok International Motor Show 2020 – มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ในปีนี้ มีแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ และแบรนด์รถจักรยานยนต์มาร่วมมากมาย พร้อมด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงานไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ที่จะถูกนำมาจัดแสดงจากหลายค่าย เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านยานยนต์ในอนาคต

ในปีนี้ มีแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ และแบรนด์รถจักรยานยนต์มาร่วมมากมาย พร้อมด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงานไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ที่จะถูกนำมาจัดแสดงจากหลายค่าย เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านยานยนต์ในอนาคต

โดยภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 นี้ ก็ยังคงมีบริษัทรถยนต์มากกว่า 30 แบรนด์ รวมถึงรถจักรยานยนต์อีก 15 แบรนด์ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทางด้านรถยนต์เริ่มจากค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toyota, Lexus, Nissan, Honda, Mitsubishi, Isuzu, Mazda, Subaru, Suzuki ส่วนรถเกาหลีอีก 2 แบรนด์คือ KIA และ Hyundai เป็นต้น ในส่วนของแบรนด์รถยุโรปและรถอเมริกัน ก็มาร่วมงานอย่างมากมาย อาทิ Audi, BMW, Bentley, Mercedes-Benz, MINI, Jaguar, Porsche, Land Rover, Volvo, MG, Ford, Maserati, Chevrolet ที่ต่างจะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ รวมถึงรถยนต์ต้นแบบมาร่วมจัดแสดงภายในงานครั้งนี้ โดยงานมอเตอร์โชว์ 2020 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 26 กรกฎาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ความฝันของผู้ผลิตและผู้บริโภคหลายอย่างไม่อาจเป็นจริงด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวหน้าเพียงพอ เช่น เราไม่สามารถผลิตเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง แต่ประหยัดเชื้อเพลิง หรือสร้างสรรค์ช่วงล่างที่เกาะถนนทรงตัวดีเยี่ยม แต่ให้ความรู้สึกนิ่มนวลแก่ผู้โดยสาร ตลอดจนไม่สามารถแก้ปัญหามลพิษจากไอเสียที่ปล่อยออกมา รวมถึงป้องกันอุบัติเหตุอันเกิดจากความบกพร่องและความประมาทของผู้ขับ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามอย่างแข็งขันของวิศวกร ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทำให้ยานยนต์ยุคใหม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ฝันไว้ทุกประการ นั่นคือ เป็นยานยนต์ที่ทั้งแรง ประหยัด สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความฝันถึงยานยนต์ที่มีคุณสมบัติหลากหลายในหนึ่งเดียว นำไปสู่การพัฒนาอันน่าทึ่งหลายประการ เช่น การใช้วัสดุที่แข็งแรง ทนทาน ไม่แพ้เหล็กกล้า แต่มีน้ำหนักเบากว่า เช่น อลูมิเนียม และพลาสติคคุณภาพสูงมาผลิตโครงสร้าง และตัวถัง การผลิตเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง แต่ให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ การนำมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้ขับเคลื่อนร่วมกับเครื่องยนต์ ที่เรียกว่าระบบไฮบริด รวมถึงการขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ทั้งแบบที่ใช้แบทเตอรี เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้า และแบบที่ใช้ไฮโดรเจน หรือเซลส์เชื้อเพลิง ซึ่งทำให้ปลอดมลพิษโดยสมบูรณ์

ขณะเดียวกัน ระบบรองรับ และระบบความปลอดภัย ทั้งเชิงป้องกัน และเชิงแก้ไข ก็มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาก โดยการนำระบบเซนเซอร์ และระบบสั่งการอัตโนมัติมาเสริม ช่วยให้นั่งสบาย และลดการเกิดอุบัติเหตุอย่างได้ผล ในทุกระดับความเร็ว และทุกสภาพเส้นทาง

สำหรับราคาจำหน่ายบัตรเข้าชมงานยังคงราคาเดิม 100 บาท พร้อมแคมเปญ “ซื้อบัตรเข้าชมงาน ลุ้นรับรถ” ที่ผู้จัดฯ เตรียมมอบโชคให้ผู้ชมเป็นประจำทุกปี

Related Posts

© All Right Reserved
Proudly powered by WordPress | Theme: Shree Clean by Canyon Themes.